ฝุ่นพิษ PM 2.5 กับอันตรายที่มีต่อดวงตา


0

ใครจะไปคิดว่าประเทศไทยที่ถือว่ายังไม่ใช่ประเทศอุตสาหกรรมเต็มตัว จะประสบปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ในระดับสูงมาก และที่ Surprise สุดๆ คือ จังหวัดที่ทำสถิติเป็นอันดับ 1 ของโลกในการเผชิญ มหันตภัยฝุ่น เป็นจังหวัดแห่งธรรมชาติ ที่ใครๆ ก็บอกว่า อากาศดีที่สุดแห่งหนึ่ง น่าเที่ยวน่าอยู่เป็นที่สุดอย่าง “เชียงใหม่”

แม้จะมีผู้เชี่ยวชาญหลายคนจากหลายหน่วยงาน ออกมาเตือนถึงผลกระทบสุดน่ากลัวสารพัดอย่างที่มีต่อสุขภาพแล้ว แต่สิ่งที่เราเห็นจากสื่อทุกทาง คือ ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ตระหนักถึงความอันตรายของมันเท่าที่ควร ไปที่ไหนก็ยังเห็นคนทุกเพศทุกวัย ใช้ชีวิตกันแบบ ไม่ใส่หน้ากาก ขี่มอเตอร์ไซค์ ปั่นจักรยาน วิ่งออกกำลังกายชิลๆ แบบไม่กลัวความตาย

ที่น่าเศร้าที่สุดคือ… ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองทั้งหลาย ก็ไม่ได้ทำอะไรให้เด็ดขาด เท่าที่เราคิดว่าควรจะทำ

เอาล่ะค่ะ! ในเมื่อเราไม่ได้รับการดูแลจากคนอื่น เราก็ต้องดูแลตัวเอง ในบทความนี้ เรามาพูดกันถึงอันตรายของฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่มีต่อสุขภาพและดวงตา การป้องกัน ดูแลตัวเอง ในด้านต่างๆ ที่เราทำให้ดีที่สุดได้ เพื่อตัวเราและคนที่เรารักกันดีกว่า

ทำไมฝุ่น PM 2.5 ถึงอันตรายอย่างมาก

เรากลับมาทบทวนกันก่อนว่า ฝุ่น PM 2.5 นั้น ไม่ใช่ฝุ่นธรรมดา ที่ร่างกายเราสามารถกรองหรือต้านทานมันได้ง่ายๆ

มันคือฝุ่นอนุภาคขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ซึ่งเรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และคำว่าเล็กเนี่ย มันสวนทางกับความอันตรายที่โคตรจะใหญ่ เพราะมันเล็กจนเล็ดรอดเข้าได้ทุกรูของร่างกาย ขนจมูกเราที่ทำหน้าที่ดักจับไม่ให้เราหายใจเอาอะไรไม่ดีเข้าไปได้ ก็ไม่สามารถต้านอะไรกับฝุ่น PM 2.5 นี้ได้

ต้นกำเนิดของมันมาจากการเผาป่า การเผาไหม้ของไอเสียรถยนต์ สารพัดอย่างที่ไม่ใช่สิ่งที่ดีเลย และเมื่อมันมาเจอกับสภาพอากาศที่พูดง่ายๆว่า ไม่มีลมพัดช่วยให้มันพ้นๆ ไปแล้ว มันก็เกิดการสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเผาก็ยิ่งแย่

เชียงใหม่นั้น นอกจากจะมีปัญหาภายในแล้ว ยังได้รับผลกระทบจากประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงอีก ทำให้จังหวัดนี้ต้องประสบปัญหาหนักหน่วงเข้าขั้น “มหันตภัย”

เราคงเห็นกันแล้วว่า มีคนไม่น้อยที่ใช้ชีวิตกับฝุ่นพวกนี้แล้ว ออกอาการขนาด ไอ จาม ออกมาเป็นเลือด ลูกเด็กเล็กแดงไข้ขึ้น ผื่นขึ้น เข้าโรงพยาบาลกันเป็นว่าเล่น

ผลกระทบของฝุ่นพิษ PM 2.5 ต่อร่างกายและดวงตา

  1. ระบบทางเดินหายใจ ทำให้หายใจลำบาก แสบจมูก คัน ระคายเคือง
  2. เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอด จากการสะสมอากาศที่ไม่บริสุทธิ์เข้าไป
  3. กระตุ้นอาการหอบหืด ภูมิแพ้ให้หนักขึ้น
  4. ก่อให้เกิดโรคสารพัดเช่น หลอดเลือดในสมอง หัวใจขาดเลือด ติดเชื้อเฉียบพลันในระบบทางเดินหายใจ
  5. แทรกซึมได้ยันกระแสเลือด จึงก่อให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับกระแสเลือดได้ทุกโรค

เอาแค่ 5 ข้อสั้นๆ นี้ คงพอเห็นภาพแล้วนะคะ ว่า ทำไมเราต้องเรียกว่าฝุ่นพิษ คนที่ร่างกายไม่แข็งแข็งเท่าไหร่ อาจเกิดอาการอย่างกระทันหัน ถึงขั้นเสียชีวิต ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

ส่วนผลกระทบที่มีต่อดวงตานั้น…

  1. เกิดอาการระคายเคืองตา คันตา พอเป็นแล้วก็ขยี้ๆ ตา แล้วก็ตาแดง
  2. ดวงตาติดเชื้อ ทำให้เกิดตากุ้งยิง และโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับดวงตา
  3. คนที่ดวงตาเป็นโรค เช่น ต้อต่างๆ จอประสาทตาเสื่อม ตาบอดกลางคืน เบาหวานขึ้นตาอยู่แล้ว เจอฝุ่น PM 2.5 เข้าไป อาการจะทรุดลงเร็วมาก
  4. คนที่ดวงตาปกติไม่เป็นอะไร แต่ถ้าเป็นคนแพ้ฝุ่น และขาดการป้องกันต่อเนื่อง ฝุ่นจะสะสมจนเป็นโรคขึ้นมา
  5. เมื่ออาการแย่ลงเร็วมากๆ และชะล่าใจ ไม่ได้รับการดูแลรักษา อาจถึงขั้นตาบอดในท้ายที่สุด

การป้องกัน ดูแลรักษาสุขภาพและดวงตาให้ปลอดภัยจาก PM 2.5 ที่สุด

  1. ฝุ่นเข้าร่างกายทางจมูก จากการหายใจได้มากที่สุด เพราะฉะนั้น… อันดับแรก “ต้อง” ใส่ Mask หน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้จริงๆ นี่คือจุดที่หลายคนไม่ใส่ใจนะคะ การป้องกันที่ไม่ได้ผลจริงนั้น ทำไปก็ไร้ประโยชน์ ใส่ไปก็หายใจลำบากซะเปล่าๆ แทนที่จะตายเพราะฝุ่น ตายเพราะหายใจไม่สะดวกแทน
  2. เสื้อผ้า ก็พยายามใส่ให้มิดชิดที่สุด​ (เท่าที่ทนร้อนได้) เพื่อป้องกันฝุ่นเข้าทางรูขุมขน ใบหน้า ผิวหนัง (มันเข้าได้จริงๆ นะคะ เพราะมันเล็กมากกก) มีคนผื่นขึ้น เพราะเจ้าฝุ่นนี้เยอะแล้ว และแน่นอน… สะสมเข้าไปมากๆ มันก่อมะเร็งผิวหนังได้ด้วย
  3. แว่นตา… หาแว่นกันลม แบบที่ใส่แล้วเหลือรูน้อยที่สุดหรือไม่เหลือเลยยิ่งดี โดยเฉพาะคนที่ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ ทำกิจกรรมกลางแจ้ง ตาคุณต้องปะทะกับฝุ่นแบบเต็มๆ ถึงแม้การใส่แว่นพวกนี้มันจะดูตลก แต่ก็ดีกว่า ตาบอด ในอนาคต จริงมั้ยคะ
  4. DETOX… ค่ะ ถึงเราจะไม่สามารถป้องกันฝุ่นเข้าร่างกายได้แบบ 100% แต่เมื่อมันเข้าไปแล้ว เราก็ต้องเอาออก โดยอาศัยการ DETOX ขับของเสียออกจากร่างกาย วิธีการนั้นก็มีหลายแบบ ไม่ว่าจะออกกำลังกายให้เหงื่อออกมากๆ การทานอาหาร ผัก ผลไม้ อาหารเสริมที่ช่วยในการขับถ่าย และขจัดสารพิษในร่างกาย เสริมสร้างภูมิต้านทาน ต้านอนุมูลอิสระ เรียกได้ว่า เอาทุกทางที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงจนเอาอยู่
  5. ออกกำลังกายในห้องที่อากาศดี… ข้อนี้ฟังดูย้อนแย้ง ฝุ่นอนุภาคเล็ก แทรกซึมได้หมดขนาดนี้ จะออกตรงไหนถึงจะรอด คำตอบคือ เอาแค่ห้องแอร์ที่ติดตั้งเครื่องกรองอากาศอย่างดีแล้วเนี่ยแหละค่ะ คนเราจะสุขภาพดียังไงก็ขาดการออกกำลังกายไม่ได้ อย่าให้เจ้าฝุ่นบ้านี่ มาเป็นอุปสรรคทำให้เราไม่ได้ออกกำลังกายเลย
  6. เสริมโภชนาการ… เสียเงินป้องกันด้วยหน้ากาก เสื้อผ้า เครื่องกรองอากาศแล้ว การเสริมโภชนาการให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น นอกจากการทานอาหารมีประโยชน์ให้มากขึ้น ครบ 5 หมู่มากขึ้นแล้ว การทานอาหารเสริมต่างๆ ก็ทำได้ไม่ต้องคิดเยอะว่ามันจะสะสมให้ร่างกายทำงานหนักขึ้นไปอีก ทานเพิ่มเถอะค่ะ วิตามินบำรุงดวงตา อาหารเสริมบำรุงสุขภาพต่างๆ ต้องทานเพิ่มบ้าง ให้มั่นใจว่าร่างกายได้รับอย่างเต็มที่ เพียงพอที่จะต้องต่อสู้กับฝุ่นที่ทำให้ร่างกายเราอ่อนแอลง มันจะไปสู้กันเอง!

นาวอยากให้ทุกคน ตระหนักถึงอันตรายของมลพิษเช่นฝุ่น PM 2.5 กันให้มากขึ้น และดูแลสุขภาพร่างกาย ดูแลสายตาของเราให้อยู่รอดปลอดภัยจากมันให้ยาวนานที่สุดค่ะ


Like it? Share with your friends!

0
admin

0 Comments

Your email address will not be published. Required fields are marked *