อาการบ่งบอก 5 โรคสายตาที่รู้แล้วอยากบำรุงสายตาตั้งแต่วันนี้!!


0

เมื่อร่างกายมีความเสื่อมจากอายุที่มากขึ้นและการใช้งานมาอย่างยาวนาน อวัยวะนั้นๆอาจบ่งบอกหลายๆอย่างให้รู้ว่าขณะนี้เริ่มมีอาการไม่ดีแล้ว รวมทั้งสายตาด้วยเช่นกัน มีผู้สูงอายุกว่าร้อยละ 70 ที่สายตาไม่ดี มองเห็นไม่ชัดเจน สายตาเลือนลาง หรืออาจถึงขั้นตาบอดได้หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที และต่อไปนี้จะเป็นโรคตาที่พบมากในผู้สูงอายุ

โรคตาที่พบมากในผู้สูงอายุ

  1. สายตายาวในผู้สูงอายุ

อาการนี้มักพบมากในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยจะทำให้การมองเห็นชัดเจนน้อยลง ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ เขียนหนังสือ มองฉลากข้างบรรจุภัณฑ์หรือทำงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ในระยะใกล้ ๆ ไม่ชัดเจน ต้องถือหนังสือ ฉลากบรรจุภัณฑ์ออกห่าง หรือทำงานที่ต้องมองระยะใกล้ๆไม่ได้ แต่หากต้องมองในระยะไกลแบบนี้จะเป็นปกติ นอกจากนี้ในบางคนอาจปวดตาหรือมีอาการตาพร่าร่วมด้วย

สำหรับสาเหตุเกิดจากความสามารถและช่วงในการเพ่งปรับสายตาลดลง เนื่องจากเลนส์แก้วตาแข็งตัวขึ้น อีกทั้งการทำงานของกล้ามเนื้อตาลดลง ซึ่งกรณีนี้จักษุแพทย์จะรักษาด้วยการใช้แว่นสายตา หรือการผ่าตัดทำเลสิก แต่หากมีความผิดปกติอื่นๆของสายตาร่วมด้วยก็อาจต้องรักษาเป็นกรณีๆไป

  1. เบาหวานขึ้นตา

แน่นอนว่าโรคนี้ต้องต่อเนื่องมาจากการเป็นโรคเบาหวานอยู่แล้ว จึงไปทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติ ผนังหลอดเลือดฝอยเกิดการเสื่อมทั่วร่างกายรวมถึงหลอดเลือดที่จอตาด้วย เมื่อเป็นแบบนี้เลือดและสารต่างๆ จะรั่วซึมออกมา ผู้ป่วยจึงไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้

ในระยะแรกมักไม่มีอาการผิดปกติ อะไร แต่เมื่อตรวจเจออาการก็เป็นมากแล้ว หากขึ้นที่จอตาอาจพบจุดเลือดออก มีอาการตามัว การรักษาให้หายเป็นไปได้ยาก ทางที่ดีคือต้องป้องกันแต่เนิ่นๆ

สำหรับการป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ พยายามอย่าให้เป็นโรคเบาหวานหรือโรคประจำตัวอื่นๆ อย่าง โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูงและโรคไต

ทั้งนี้ ผู้ป่วยเบาหวานทุกคนควรต้องตรวจตาโดยจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง หากพบต้องรีบทำการรักษาทันที

  1. จุดภาพชัดที่จอตาเสื่อม

โรคนี้เกิดจากบริเวณจุดภาพชัดที่อยู่ตรงส่วนกลางของจอตาเสื่อม ทำให้การมองเห็นส่วนกลางของภาพมัวลง ในขณะที่ภาพบริเวณรอบข้างยังเห็นได้เป็นปกติ ซึ่งสาเหตุอาจเป็น อายุที่มากขึ้น เป็นโรคความดันโลหิตสูง เจอแสงแดดแรงๆเป็นประจำ และเกิดจากการสูบบุหรี่

สำหรับอาการในระยะเริ่มต้น อาจไม่เห็นความผิดปกติอะไร แต่เมื่อจอตาเสื่อมมากขึ้น จะมีอาการเห็นภาพบิดเบี้ยวต่างไปจากความจริง ตามัว เห็นจุดดำอยู่กลางภาพ และสูญเสียการมองเห็นตรงกลางภาพในที่สุด

การรักษาเมื่อเกิดอาการแบบนี้ให้ไปพบจักษุแพทย์ทันที หรือผู้สูงอายุควรตรวจตาเป็นประจำทุกปี ควรหยุดสูบบุหรี่ และสวมแว่นกันแดดเป็นประจำ นอกจากนี้ให้หมั่นรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่าง ผักผลไม้สีเขียว สีเหลือง และสีแดง เป็นต้น

  1. ต้อกระจก

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นโรคนี้มักพบได้บ่อยๆ เนื่องจากเลนส์แก้วตาขุ่น ทำให้แสงผ่านเข้าไปในตาได้น้อยลง สำหรับอาการ ได้แก่  ตามัวลง เห็นภาพซ้อน ตาสู้แสงไม่ได้ อาจมองเห็นภาพเป็นสีเหลือง บางคนอาจมองเห็นแสงกระจายในที่สว่างจ้า

สาเหตุหลักๆก็มาจากอายุที่มากขึ้น การรับแสง UV บ่อยๆ มีภาวะโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง  การใช้ยากินและหยอดตากลุ่มสเตียรอยด์ สำหรับการรักษาต้องแล้วแต่จักษุแพทย์รวมทั้งสวมแว่นตากันแดดป้องกันรังสี UVร่วมด้วย

  1. ต้อหิน

ภัยเงียบที่อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรถึงจะพบน้อยกว่าต้อกระจกแต่อันตรายมาก เพราะคนที่เป็นอาจไม่ทันรู้ตัว พอรู้อีกทีก็สายเกินไปแล้ว

สาเหตุของต้อหินเกิดจากความดันในลูกตาที่สูงขึ้นจนมีการไปทำลายประสาทตา อีกทั้งมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ เชื้อชาติ อายุ สายตาสั้นมากๆ เป็นโรคเบาหวาน การใช้ยาสเตียรอยด์อย่างต่อเนื่องโดยกิน ฉีด หยอดตา หรือเคยได้รับอุบัติเหตุทางตามาก่อน

สำหรับอาการในช่วงแรกของต้อหิน จะไม่แสดงอาการอะไรออกมาเลย แต่เมื่อเป็นมากขึ้นจะเริ่มสูญเสียลานสายตา หรือการมองเห็นจำกัดวงแคบลง เริ่มจากด้านข้างเข้ามาตรงกลางเรื่อยๆ และสูญเสียการมองเห็นในที่สุด

ทั้งนี้จะมีต้อหินบางประเภท เช่น ต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน หากใครเป็นจะปวดมาก เห็นแสงรุ้งรอบดวงไฟ ตาแดงและมัวลงมาก แบบนี้ถือเป็นภาวะเร่งด่วนมากต้องรีบพบจักษุแพทย์ทันที

เพราะต้อหินมีอาการรุนแรงมากกว่าโรคสายตาอย่างอื่น ผู้มีอายุ 40 ปีขึ้นไปจึงควรตรวจคัดกรองเป็นประจำทุกปี หากพบต้องรีบทำการรักษาและทำตามคำแนะนำของจักษุแพทย์อย่างเคร่งครัด แต่ก็ต้องทำใจว่าหากเป็นแล้วรักษาให้เป็นปกติเหมือนเดิมไม่ได้ มีแต่ยับยั้งไว้ไม่ให้เป็นมากกว่าเดิมเท่านั้น

จะเห็นได้ว่าทั้ง 5 โรคสายตา ถึงมีอาการและความรุนแรงแตกต่างกันไป แต่เป็นแล้วก็ส่งผลให้สายตาไม่ดีดังเดิม จะดีกว่าไหมหากเราจะเริ่มบำรุงรักษาสายตาตั้งแต่วันนี้ ด้วยการทานอาหารที่มีวิตามินบำรุงสายตา พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่จ้องจอนานๆ สวมแว่นกันแดดเมื่อต้องเจอแดดแรงๆ หมั่นออกกำลังกายเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรง และที่สำคัญเมื่ออายุมากขึ้นต้องหมั่นไปพบจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อตรวจสอบความผิดปกติของสายตา หากทำได้แบบนี้รับรองตาจะแจ่มแจ๋วไร้ทั้ง 5 โรคนี้แน่นอน


Like it? Share with your friends!

0
admin

0 Comments

Your email address will not be published. Required fields are marked *