โภชนาการอาหารบำรุงสายตาสำหรับวัย 40+


0

ดวงตา เป็นอวัยวะสำคัญที่เราควรใส่ใจ และดูแลอย่างดี เนื่องจากดวงตาสามารถเสื่อมสภาพไปได้จากการใช้งาน ยิ่งปัจจุบันมีการใช้สายตาจ้องจอดูคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนกันมาก บางคนต้องใช้สายตาอย่างหนักทั้งวัน ประกอบกับมลพิษต่างๆ และมีเชื้อโรคแพร่กระจายอยู่ในอากาศมากมาย จึงเสี่ยงต่อโรคตาเร็วขึ้น

จักษุแพทย์หลายคนได้ลงความเห็นว่าดวงตาของคนเรามีแนวโน้มจะเกิด“โรคจอประสาทตาเสื่อม” มากขึ้นและยังมีความรุนแรงนำไปสู่ความพิการทางสายตาอย่างถาวร จึงไม่ควรประมาทละเลยเรื่องนี้

จอประสาทตาเสื่อม คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร?

โรคจอประสาทตาเสื่อม Age-related macular degeneration (AMD) เป็นอาการผิดปกติทางสายตาที่เกิดขึ้นบริเวณ จุดศูนย์กลางรับภาพของจอประสาทตา มักพบมากในกลุ่มคนอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ซึ่งสิ่งที่น่ากลัวก็คือ โรคนี้เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการสูญเสียการมองเห็นในผู้สูงอายุ

โรคจอประสาทตาเสื่อม มีอาการเป็นแบบไหน?

โรคจอประสาทตาเสื่อมมีอาการแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบด้วยกัน นั่นคือ

  1. แบบแห้ง (Dry AMD) จะเป็นรูปแบบที่พบมากที่สุด เกิดจากการเสื่อมสลาย และบางลงของจุดกลางรับภาพภายในจอประสาทตา ซึ่งมาจากการเสื่อมสภาพตามอายุนั่นเอง ส่วนอาการจะค่อยๆมองเห็นลดลง และเป็นไปอย่างช้าๆ
  2. แบบเปียก (Wet AMD) จะพบประมาณ 10 – 15 % ของโรคจอประสาทตาเสื่อมทั้งหมด ซึ่งแบบนี้จะเป็นปุ๊บปั๊บ การสูญเสียการมองเห็นจะรวดเร็ว และเป็นสาเหตุสำคัญของการตาบอดในโรคจอประสาทตาเสื่อมอีกด้วย ส่วนสาเหตุที่เป็นก็เพราะมีเส้นเลือดผิดปกติขึ้นอยู่ใต้จอประสาทตา แล้วส่งผลให้จุดกลางรับภาพบวม การมองเห็นภาพตรงกลางจึงบิดเบี้ยว และเมื่อเซลล์ประสาทตาเสียไป จึงไม่สามารถมองเห็นภาพได้

อะไรคือสิ่งกระตุ้นให้จอประสาทตาเสื่อม

  1. อายุเมื่ออายุมากขึ้นความเสื่อมก็มาเยือน ซึ่งโรคนี้มักพบมากในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป
  2. กรรมพันธุ์ร้อยละ 50 ของผู้เป็นโรคนี้มักมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมาก่อน
  3. เพศ ส่วนใหญ่มักพบว่าผู้หญิงเป็นมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะหญิงวัยหมดประจำเดือน
  4. เชื้อชาติโรคนี้มักพบมากในคนผิวขาว
  5. น้ำหนักคนที่อ้วนน้ำหนักตัวเยอะ จะมีความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อมสูง
  6. พฤติกรรมการใช้สายตาคนที่ชอบจ้องจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนเป็นเวลานาน มักมีความเสี่ยงสูง ยิ่งมองในขณะปิดไฟยิ่งแล้วใหญ่
  7. การสูบบุหรี่ บุหรี่ทำให้เกิดความเสี่ยงโรคนี้ไม่ใช่น้อย นั่นคือผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำจะมีโอกาสเป็นโรคนี้เร็วกว่าผู้ไม่สูบถึง 10 ปี
  8. การรับประทานอาหารไขมันอิ่มตัว และมีคอเลสเตอรอลสูงจะทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้น
  9. 9. เป็นโรคความดันโลหิตสูง มีภาวะไขมันในเลือด คอเลสเตอรอลสูง และ ผู้ที่ทานยาลดความดันโลหิต จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมแบบเปียก

ทำอย่างไรจึงลดความเสี่ยงการเป็นโรคนี้

  1. เมื่ออายุมากขึ้นควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ญาติพี่น้องมีประวัติเป็นโรคสายตาควรหมั่นเช็คสุขภาพตาอย่างน้อยทุก 2 ปี
  2. ควรควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ดัชนีมวลกายที่ไม่เกิน 25
  3. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สายตาในการทำงาน คือ ไม่ใช้สายตาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ปรับลดแสงสว่างจอคอมพิวเตอร์ให้พอดี ใช้แผ่นกรองแสงกับจอคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
  4. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ไม่อยู่ใกล้คนที่สูบบุหรี่
  5. ไม่ทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว และโคเลสเตอรอลสูง แล้วเปลี่ยนมาเป็นรับประทานผัก ผลไม้แทน
  6. ตรวจสุขภาพประจำปีอย่าได้ขาด หากพบว่ามีโรคอย่าง เบาหวาน ความดันโลหิตสูงต้องรีบรักษา
  7. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอโดยเลือกที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของตัวเอง
  8. หลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า ควรพกแว่นกันแดดติดตัวเป็นประจำ

โภชนาการอาหารบำรุงสายตาสำหรับวัย 40+

จะเห็นได้ว่าโรคจอประสาทตาเสื่อมมักพบในผู้สูงอายุ โดยเริ่มที่อายุ 50 ปีขึ้นไป แต่หากเตรียมทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ต่อสุขภาพตาในวัยนี้อาจไม่ทันการณ์จึงต้องเตรียมการก่อนล่วงหน้า ในช่วงวัย 40+ ที่มักเริ่มมีปัญหาสายตากันแล้ว ซึ่งอาหารที่ทานควรมีวิตามิน ดังนี้

วิตามินเอ – ช่วยลดอันตรายจากอนุมูลอิสระจากแสงแดดที่ทำร้ายจอประสาทตา โดยพบมากใน ตับหมู ฟักทอง ผักบุ้ง แครอท ตำลึง มะละกอ เสาวรส มะละกอ และมะม่วงสุก

วิตามินอี- ช่วยปกป้องสายตาจากแสงแดด มักพบมากใน ข้าวกล้อง ข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวบาเล่ย์ เมล็ดฟักทอง อัลมอนด์ เมล็ดทานตะวัน ถั่วเมล็ดแห้ง และงา เป็นต้น

วิตามินซี- ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดจอประสาทตาเสื่อม และต้อกระจก มักพบมากใน พริกหวาน มะเขือเทศ ส้ม และสับปะรด

แคโรทีน- ช่วยบำรุงสายตา และชะลอความเสื่อมของเลนส์ตา มักพบมากใน ขี้เหล็ก แคนตาลูป แครอท มันเทศหวาน เป็นต้น

ลูทีน และซีแซนทีน- ช่วยปกป้องไม่ให้เซลล์ของจอประสาทตาถูกทำลาย มักพบมากใน ผักโขม ผักคะน้า ผักปวยเล้ง และข้าวโพด

โอเมก้า 3- ช่วยป้องกันจอประสาทตาเสื่อม มักพบมากใน ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาช่อน ปลากระพง เป็นต้น

สารเคอร์ซิทิน- ช่วยต้านการเสื่อมของจอประสาทตา และป้องกันการเกิดต้อหิน มักพบมากในหัวหอมแดง

โรคทางสายตาส่วนใหญ่มักมากับความเสื่อมของร่างกายอันเกิดจากอายุที่มากขึ้น และการใช้สายตาอย่างหนักโดยไม่ได้ระมัดระวัง ดังนั้นการดูแลสายตาตั้งแต่เนิ่นๆจึงดีที่สุด

หากคุณมีอายุเข้าเลข 4 แล้ว อย่ามัวนิ่งนอนใจ รีบดูแล และบำรุงดวงตา ด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงสายตาอย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญต้องหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ส่งผลทำให้สายตาเสื่อมก่อนวัย เพียงเท่านี้คุณก็จะมีดวงตาสุขภาพดีไปได้อีกนาน

 

 


Like it? Share with your friends!

0
admin

0 Comments

Your email address will not be published. Required fields are marked *