เคล็ดลับบำรุงรักษาดวงตาของแต่ละช่วงวัย ที่ทุกคนทำได้


0

แน่นอนว่าทุกคนหนีความเสื่อมที่มากับอายุมากขึ้นไม่ได้ แต่การดูแลตัวเองอย่างดีจะทำให้ความเสื่อมนั้นมาช้าลง สำหรับดวงตาก็เช่นกัน เราสามารถดูแลและยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น หากใส่ใจดูแลในทุกช่วงวัย เพื่อดวงตาที่มีสุขภาพแข็งแรงและใช้งานได้อย่างปกตินานที่สุด เรามีวิธีการมาฝากกันแล้ว

เคล็ดลับบำรุงรักษาดวงตาตามช่วงวัย

วัยเด็ก

– ในเด็กแรกเกิด คุณหมอจะทำการประเมินดวงตาของเด็กน้อยว่ามองเห็นดีหรือไม่ หากเป็นเด็กที่คลอดก่อนกำหนด มีน้ำหนักตัวน้อย จนต้องอยู่ในตู้อบให้ออกซิเจน ยิ่งจำเป็นต้องให้จักษุแพทย์ตรวจตาตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อประเมินโรคเส้นเลือดเติบโตผิดปกติที่จอประสาทตา (retinopathy of prematurity, ROP) เพราะถ้าเกิดขึ้นจะได้ทำการแก้ไขได้ทัน ด้วยเลเซอร์หรือการผ่าตัด หากไม่ใส่ใจอาจมีภาวะแทรกซ้อนจนถึงตาบอดได้

– เด็กอายุ 2-3 เดือนขึ้นไป ต้องคอยสังเกตว่าเด็กมองหน้าแม่หรือไม่ หากไม่ตอบสนองต้องพาเด็กไปพบจักษุแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษาต่อไป

วัยเรียน

มักชอบดูหนังสือ แท็ปเล็ตหรือโทรทัศน์ใกล้มากผิดปกติ และอาจหยีตามอง เอียงคอมอง  กะพริบตาบ่อย จนอาจมีปัญหา สายตาสั้น ยาว เอียง หรืออื่นๆได้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องคอยแนะนำให้เขาดูหนังสือ แท็ปเล็ตหรือโทรทัศน์ในระยะที่พอเหมาะ หากมีปัญหาสายตาควรพาไปพบจักษุแพทย์

วัยทำงาน

– วัยนี้มักต้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นประจำ จึงควรพักสายตาบ้าง ด้วยการมองไกล 5-10 นาที ต่อการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ 1 ชั่วโมง เพื่อจะได้ลดการเพ่งของสายตา จะอีกทั้งช่วยคลายการปวดเมื่อยล้าตาและอาการตาแห้งได้

–   ควรจัดหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ให้ด้านหลังมีแสงสว่างจ้ามากเกินไป โดยเฉพาะวางคอมพิวเตอร์หันหลังให้หน้าต่างเพราะจะรบกวนการเห็นได้

–   การวางจอคอมพิวเตอร์ ควรปรับระดับให้พอดีกับสายตา ไม่ต้องแหงนหน้าขึ้นหรือก้มมองต่ำ ซึ่งจะทำให้เมื่อยล้าได้ง่าย

– หากมีอาการตาแห้ง แสบหรือเคืองตา ให้กระพริบตาบ่อยๆเพื่อกวาดน้ำตามาเคลือบผิวตา หรืออาจพักการใช้คอมพิวเตอร์เป็นระยะๆ แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นให้ใช้น้ำตาเทียมช่วยหยอดได้

– สำหรับคนที่มีปัญหาทางสายตา สายตาสั้น ยาว เอียง ควรพบจักษุแพทย์และหาแว่นตามาใส่

วัยผู้ใหญ่อายุ 40 ปี

– เมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไปควรทำการตรวจสุขภาพตาปีละ 1 ครั้ง ด้วยการตรวจวัดความดันลูกตาเพื่อตรวจหาต้อหิน และการตรวจดูความผิดปกติอื่นๆ หากพบให้รีบทำการรักษาทันที

– สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวอย่าง เบาหวาน ความดัน โรคไต ควรไปตรวจดูว่าเบาหวานขึ้นตาหรือเปล่า อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และควรรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และไขมันในเลือดให้อยู่ในระดับปกติอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งพอจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวานขึ้นตาได้

วัยสูงอายุ 50-60 ปีขึ้นไป

– วัยนี้ควรทำการตรวจต้อกระจก เพราะมักพบมากในวัยนี้ หากตรวจเจอจักษุแพทย์จะรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม เพื่อให้การมองเห็นกลับมาใกล้เคียงหรือปกติได้

– หากตรวจแล้วพบว่าเป็นโรคจุดรับภาพเสื่อม จักษุแพทย์จะทำการฉีดยาชะลอการเกิดใหม่ของเส้นเลือด ทำให้อาการกลับมาดีขึ้นมาก แต่ต้องตรวจพบในระยะแรกๆของโรค

ข้อควรปฏิบัติเพื่อดูแลสุขภาพตาให้ดี

  1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นอาหารที่มีคุณค่าช่วยบำรุงสายตาเป็นประจำ ได้แก่ กลุ่มที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) และพวกวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินA, C, E, เบตาแคโรทีน, สังกะสี, ไบโอฟลาโวนอยด์, สาร Lutein และ Zeaxanthin ที่พบมากในผักใบเขียวซึ่งจะช่วยป้องกันโรคต้อกระจกและจอตาเสื่อมได้ ส่วนกรดไขมัน Omega-3 ในปลาทะเลจะช่วยรักษาอาการตาแห้ง เป็นต้น
  2. หมั่นตรวจตาเป็นประจำโดยจักษุแพทย์ เริ่มตั้งแต่ในเด็กอย่างน้อยช่วง 3-5 ขวบ ก่อนเข้าโรงเรียน และรับการตรวจเป็นประจำอย่างต่อเนื่องเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป สำหรับผู้มีความเสี่ยงเฉพาะโรคตา เช่น มีประวัติคนในครอบครัวเป็นต้อหินหรือโรคตาอื่นๆ , เป็นเบาหวาน ก็จำเป็นต้องได้รับการตรวจตาบ่อยขึ้นตามแพทย์นัด
  3. หากอาชีพของคุณมีความเสี่ยงกับสายตา เช่น ช่างเชื่อม ช่างไม้ ควรสวมแว่นป้องกันการกระแทกที่ได้มาตรฐาน
  4. หากต้องทำงานกลางแจ้งหรือออกแดดเป็นประจำ ควรสวมแว่นกันแดดเพื่อป้องกันโรคจอรับภาพเสื่อม ต้อเนื้อ หรือต้อกระจก
    5. รักษาสภาพแวดล้อมของบ้านให้สะอาด

การสัมผัสกับสิ่งสกปรกและฝุ่นละอองไม่ได้เกิดจากมลภาวะนอกบ้านเท่านั้น ในบ้านก็เกิดได้เช่นกันเพื่อป้องกันการทำให้เกิดการระคายเคืองต่อดวงตา ควรทำความสะอาดบ้าน รอบๆบ้าน รวมถึงรักษาบรรยากาศภายในบ้านให้สะอาดอยู่เสมอ หมั่นเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและผ้าเช็ดตัวเป็นประจำ เพียงแค่นี้ก็จะช่วยป้องกันเชื้อโรคและแบคทีเรียที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสายตาได้แล้ว

  1. ล้างมือบ่อยๆ

ควรล้างมือให้สะอาดเป็นนิสัย เพื่อป้องกันการมาสัมผัสกับตา แว่นตา รวมถึงคอนแทคเลนส์ในขณะที่มือสกปรก เพราะเชื้อโรคอาจเข้าสู่ตาได้

อายุที่เปลี่ยนไปการดูแลสุขภาพสายตาอาจเปลี่ยนแปลงไปบ้าง จึงจำเป็นต้องใส่ใจอยู่เสมอ อย่าคิดว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวแก่แล้วค่อยไปตรวจแบบนี้อาจสายเกินแก้ เชื่อเถอะว่าการสละเวลาดูแลสายตาของคุณจะคุ้มค่าแน่นอน..

 

 

 


Like it? Share with your friends!

0
admin

0 Comments

Your email address will not be published. Required fields are marked *